img_blog04

การทดสอบความไวต่ออาหาร (Food Allergy Test)

ร่างกายของคนเรามีปฏิกิริยาตอบสนองต่ออาหารที่เรารับประทานในระดับที่แตกต่างกัน การแพ้อาหารในรูปของผื่นลมพิษ (urticarial rash) หรือ การหอบหืด (asthmatic attacks) เป็นรูปแบบการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมผ่าน Immunoglobulin E หรือ IgE โดยผ่านกระบวนการแบบ immune-mediated reactions หรือ food allergy ซึ่งจะเกิดขึ้นทันทีอย่างรวดเร็วหลังการรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดการแพ้

ปฏิกิริยาอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นได้ช้ากว่านับเวลาเป็นชั่วโมงหรือวัน หลังการรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดการแพ้ เป็นรูปแบบการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมผ่าน Immunoglobulin G หรือ IgG โดยผ่านกระบวนการแบบ non immune-mediated reactions หรือ food intolerance ปฏิกิริยารูปแบบนี้เกิดจากการรับประทานอาหารชนิดเดิมซ้ำๆ จนร่างกายแสดงอาการออกมาในรูปแบบการสร้าง IgG เพื่อตอบสนองต่ออาหารซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอม

อาการแพ้ของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนมากจะแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ผื่น อาการคันตามผิวหนัง มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือรู้สึกง่วงผิดปกติ เป็นต้น การกินอาหารประเภทโปรตีนซ้ำๆ เพื่อหวังผลในการสร้างมวลกล้ามเนื้อ เช่น ไข่ต้ม เนื้อไก่ หรือแม้แต่เวย์โปรตีน อาจกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้อาหารแอบแฝง ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบของลำไส้ และส่งผลให้การดูดซึมอาหารและการสร้างกล้ามเนื้อเกิดขึ้นได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ

การตรวจหา IgG โดยวิธี MicroArray

การตรวจโดยการใช้ Capture Antibody เคลือบไว้ที่แผ่นชิพ จากนั้นใช้ Antigen ชนิดต่างๆ ซึ่งสกัดจากอาหารแต่ละชนิดมาจับกับ Capture Antibody ในทุกๆ จุด โดยอาหารที่นำมาตรวจสอบจะเป็นอาหารของคนไทยและอาเซียน แบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ อาหารทะเล ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ถั่วและธัญพืช เครื่องเทศ และกลุ่มอื่นๆ ซึ่งสามารถค้นหาปัญหา food intolerance ในคนไทยได้ตรงจุด

หลักการตรวจหาแอนติบอดี้ชนิด IgG ด้วยเทคนิคไมโครแอเรย์

เมื่อได้ตัวอย่างเลือดมาแล้วจะนำมาผ่านกระบวนการสกัด IgG หรือ Detecting Antibody แล้วนำไปหยดลงบนแผ่นทดสอบ เพื่อให้ IgG ที่จำเพาะต่อชนิดอาหารต่างๆ จับกับ Antigen แล้วใส่สาร Secondary Antibody และสารที่ทำให้เกิดสีหรือแสง (Substrate) โดยระดับของ IgG ที่จำเพาะต่ออาหารชนิดต่างๆ จะถูกประมวลผลออกมาเป็นระดับสูง (high reaction) ระดับปานกลาง (moderate reaction) และไม่มีปฏิกิริยาเลย (no reaction)

การแปลผล

ระดับของ IgG ต่ออาหารชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นตัวชี้วัด food intolerance จะถูกประมวลโดยเครื่องอ่านผล Micro Array โดยปราศจากการลำเอียงจากผู้ทำการตรวจในห้องปฏิบัติการ (personal bias) ซึ่งออกมาเป็นระดับต่างๆ คือ ระดับสูง (high reaction) ระดับปานกลาง (moderate reaction) จนถึงไม่มีปฏิกิริยาเลย (no reaction)

จากนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตนสำหรับการวางแผนในการรับประทานอาหาร เพื่อบำบัดปัญหา food intolerance ซึ่งจะแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล โดยมีหลักการง่ายๆ คือ ไม่รับประทานอาหารในกลุ่ม high และ moderate reaction และหมุนเวียนการรับประทานอาหาร (rotation diet guideline) ในกลุ่ม no reaction หากสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ได้อย่างเคร่งครัด โดยไม่รับประทานอาหารซ้ำๆ และตรวจเลือดซ้ำหลังจากการตรวจในครั้งแรก เป็นระยะเวลา 6 เดือน ส่วนใหญ่มักพบว่า มีผลการตรวจ food intolerance ที่ดีขึ้น โดยปฏิกิริยาต่ออาหารชนิดต่างๆ จะลดระดับลงจนถึงไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นเลย

หลักการหมุนเวียนอาหารออกแบบมาเพื่อให้มีความหลากหลายในการรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการสร้างปฏิกิริยาตอบสนองต่อการรับประทานอาหารชนิดเดิมซ้ำๆ กัน ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการในการออกแบบแผนการหมุนเวียนอาหาร เพื่อบำบัดปัญหา food intolerance

ในระยะแรกของการหยุดรับประทานอาหารในกลุ่ม high reaction อาจมีอาการลงแดง (withdrawal) จากการหยุดอาหารอย่างซ้ำๆ เช่น ปวดศีรษะ และมีความรู้สึกต้องการรับประทานอาหารชนิดเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งหากมีปฏิกิริยาเหล่านี้เกิดขึ้น ควรปรึกษาแพทย์และใช้หลักการการแพทย์แบบองค์รวมและการแพทย์แบบผสมผสาน (holistic and integrative medicine) เช่น การใช้วิตามินและอาหารเสริมในการปรับภูมิคุ้มกัน (immune modulator) เป็นต้น

สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เมื่อพบว่าตนเองมีภาวะภูมิแพ้อาหารชนิดแอบแฝงต่ออาหารชนิดใด ควรงดรับประทานอาหารที่เป็นสาเหตุของการอักเสบของลำไส้เป็นเวลา 3-6 เดือน หากมีสารพิษและของเสียตกค้างสะสมอยู่ตามซอกหลืบของลำไส้ใหญ่ควรกำจัดออกโดยการสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำ หรือการทำโคลอนดีท็อกซ์ จากนั้นควรปรับสมดุลของแบคทีเรียชนิดดีกลับคืนสู่ลำไส้ด้วยการรับประทานโปรไบโอติคและเอ็นไซม์ช่วยย่อย ทั้งนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของพานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์จะให้การดูแลอย่างใกล้ เพื่อผลลัพธ์ในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ
  Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.